ดูซีรี่ย์แขก Sacred Games เกมล่า ศาสนาคลั่ง ล้างมุมไบ

ดูซีรี่ย์แขก Sacred Games เกมล่า ศาสนาคลั่ง ล้างมุมไบ นี่เป็นซีรีส์ Original Netflix อินเดียที่เริ่มฉายปี 2018 ก่อนจะต่อซีซั่น 2 ในปี 2019 และก็ได้รับการโหวตและแนะนำสูงสุดทั้งจากคนดูกับสื่อต่างประเทศ แต่ในไทยกลับเงียบๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าเป็นปกติของหนังอินเดียที่มีกลุ่มคนดูเฉพาะทางเท่านั้น แถมเรื่องนี้เป็นซีรีส์ขนาดยาวด้วยยิ่งหาคนดูยากเข้าไปอีก ตัวเอกก็ยังดูไม่ชวนมองเพราะเป็นแขกโพกหัวที่ไม่คุ้นตากับบทพระเอก (ศาสนามีส่วนสำคัญกับเรื่องมาก) แต่รับรองได้เลยว่าเรื่องนี้มีของดีจริง

ซีรีส์เรื่องนี้ทำมาจากนิยายดังเมื่อปี 2006 ในชื่อเดียวกัน และนำมาปรับปรุงบทให้ทันสมัยขึ้น โดยเรื่องราวเริ่มจาก ‘ซาร์เทจ’ ตำรวจหนุ่มที่ไม่ค่อยมีผลงานเป็นเรื่องเป็นราว จับได้แต่โจรกระจอกทั่วไป แถมยังเป็นแกะขาวในหมู่แกะดำของสถานีตำรวจมุมไบที่เต็มไปด้วยเรื่องสีเทาๆ เต็มไปหมด โดยมีหัวหน้าตำรวจใหญ่คับฟ้า ‘ปารุลการ์’ คอยชักใยหากินอยู่เบื้องหลัง ที่เขาก็จ้องหาทางเอาซาร์เทจออกไปให้พ้นทางตลอดเวลา

วันหนึ่งซาร์เทจได้รับโทรศัพท์ลึกลับจาก “คเนศ ไกทอนเด” ชายปริศนาที่พยายามเล่าเรื่องอดีตของเขาให้ฟัง พร้อมทั้งขอให้ซาร์เทจช่วยมุมไบจากการก่อการร้ายปริศนาที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 25 วันหลังจากนี้ ทำให้ซาร์เทจต้องเข้าไปพัวพันกับอันตรายครั้งใหญ่ด้วยตัวเอง และยังต้องพบว่าเขากับไกทอนเดมีอดีตลึกลับที่เกี่ยวพันถึงกัน โดยที่เขาเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน

จุดเด่นของเรื่องนี้คือ การไขปริศนาว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมุมไบในเวลาที่บีบเข้ามาเรื่อยๆ จากคำบอกใบ้ของไกทอนเดที่บอกกับซาร์เทจว่าจะไม่มีใครเหลือรอดชีวิตนอกจาก “ไตรเวท” ที่เป็น 1 ในตัวละครปริศนาให้พระเอกต้องตามหาให้เจอ โดยมีตัวเลขวันที่นับถอยหลังกดดันให้เรื่องราวตื่นเต้นตลอดเวลา ผ่านเบาะแสการก่อการร้ายที่ชวนให้สงสัยว่าอะไรที่ทำให้มุมไบพินาศได้ขนาดนั้น แถมพระเอกในเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นตำรวจเก่งเทพอะไร อีกทั้งยังมีปัญหาส่วนตัวรุมเร้าหลายเรื่อง แม้แต่การที่เขาเป็นเป็นนับถือซิกข์คนเดียวในที่ทำงาน ก็ทำให้มีปัญหาเพิ่มขึ้นไปอีก (แต่เจ้าตัวไม่เชื่อในพระเจ้าแค่นับถือไปตามหน้าที่ปกติ) หนังจึงไม่ได้ออกแนวพระเอกเก่งมาแต่เกิดแบบเรื่องอื่นๆ แล้วก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่กลับได้รับฝากหน้าที่สำคัญช่วยปกป้องมุมไบจากอาชญากรลึกลับไกทอนเดที่หายตัวไปนับสิบปี และเจาะจงให้เขาทำคดีนี้เพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นทำให้เรื่องดูน่าพิศวงและเต็มไปด้วยปริศนาว่าพระเอกมีดีอะไรถึงเป็นตำรวจคนเดียวในมุมไบที่ไขปริศนานี้ได้

จากจุดเริ่มต้นที่ว่านี่จึงเป็นซีรีส์ที่เริ่มต้นเต็มไปด้วยปริศนากองโตเอามากๆ แต่หนังไม่ได้เดินเรื่องด้วยซาร์เทจเพียงคนเดียว ยังมีเรื่องราวของไกทอนเดที่เป็นตัวเอกร่วมในเรื่อง และแบ่งความสำคัญให้เท่าๆ กัน เดินเรื่องคู่กัน โดยไกทอนเดจะเป็นการเล่าย้อนอดีตให้เห็นจุดกำเนิดของอาชญากรตัวท็อปของมุมไบ ออกแนวหนังมาเฟียเต็มรูปแบบมีเสน่ห์เฉพาะตัวทั้งจากนักแสดง (รับบทโดย Nawazuddin Siddiqui) และเรื่องราวที่เหมือนชะตาชีวิตกำหนดให้เขาเลวแต่ไม่ไร้หัวใจ ซึ่งเขาผ่านเรื่องเลวร้ายโชกโชนมาตั้งแต่สมัยซาร์เทจยังเป็นเด็กๆ (มีบางฉากของไกทอนเดจะเห็นซาร์เทจตอนเด็ก) ไล่เรียงเรื่องราวผ่านยุคสมัยต่างๆ ของอินเดียประกอบฉากด้วยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์จริง ที่มีเรื่องการเมือง ศาสนา ชนชั้นวรรณะ เข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนจะมาบรรจบรวมกันตอนในตอนเปิดเรื่อง ที่เริ่มมาก็เป็นปริศนาชวนให้ติดตามแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับไกทอนเดในปัจจุบัน รวมถึงเหล่าลูกน้องคนสนิทของไกทอนเดแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวน่าติดตามไม่แพ้กันเลยทีเดียว

เรื่องราวไม่ได้มีแค่ตัวเอกสองคนหลัก ยังมีเจ้าหน้าที่สาว ‘อัญชลี’ ที่สังกัดหน่วยสืบราชการลับของต่างประเทศของอินเดีย ‘รอว์’ RAW (Research and Analysis Wing) ที่มีอำนาจหน้าที่พิเศษขึ้นตรงกับรัฐบาล และมีเครื่องมือไฮเทคคอยช่วยเหลือสนับสนุน แต่ตัวอัญชลีเองไม่ใช่เจ้าหน้าที่ภาคสนามโดยตรง เป็นสายวิเคราะห์เจาะหาร่องรอยจากหลักฐาน ทำให้เธอเป็นตัวละครหน้าใหม่ในเกมสืบสวนภาคสนามที่ดูอันตรายเกินตัวเอามากๆ จนทำให้เธอต้องร่วมมือกับซาร์เทจในบางครั้ง และอีกด้านหนึ่งเธอก็เป็นคู่แข่งในทางการสืบสวนกับเขาด้วยเช่นกัน

ในซีซั่น 1 เรื่องราวจะเดินไปในแบบทิศทางที่เต็มไปด้วยปริศนามากๆ จนบางครั้งรู้สึกงงเลยว่าเรื่องราวจริงๆ ผูกกันไว้กี่ชั้นกันแน่ แต่ซีรีส์ก็เล่าเรื่องตัดสลับสองฝั่งพระเอกกับไกทอนเดให้มาเชื่อมกันเป็นระยะๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยอดีตของไกทอนเดจะส่งผลถึงปัจจุบันในทุกจุดที่พระเอกกำลังก้าวเดินไปเจอปริศนาใหม่ๆ ในซีซั่นแรกนี้มีฉากแอ็กชั่นที่เยอะกว่าซีซั่น 2 มาก ด้วยความที่ว่าพระเอกต้องไปเจอกับการปะทะของกลุ่มต่างๆ ที่มาเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้ายลึกลับอีกที และก็มีฉากชวนช็อคก่อนปิดท้ายซีซั่น ที่ทำเอาอึ้งไปเหมือนกัน รวมถึงความดิบโหดรุนแรงของซีซั่น 1 ก็มีสูงกว่าซีซั่น 2 มาก